เดวิด มอยส์ ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยอมรับว่าการคุมทีม "ปีศาจแดง" เป็นงานที่กดดันกว่าการคุมทีม เอฟเวอร์ตัน ตลอดช่วงเวลากว่าทศวรรษที่ผ่านมาชนิดเทียบกันไม่ได้ และเวลานี้เข้าใจถ่องแท้แล้วถึงความคาดหวังมหาศาลของแฟนๆ และสื่อมวลชนที่ต้องการจะเห็นทีมทำผลงานได้ดี ไม่เว้นแม้แต่เกมอุ่นเครื่อง
กุนซือชาวสกอตต์ เพิ่งจะเข้ามารับงานคุม "ปีศาจแดง" ได้เพียง 2 สัปดาห์ แต่ต้องเจอความกดดันถาโถมเข้ามาอย่างมหาศาลแล้ว โดยเฉพาะหลังประเดิมด้วยการพาทีมบุกไปแพ้ สิงห์ ออลสตาร์ ทีมรวมดาราจากประเทศไทย 0-1 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันเสาร์ที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา แม้จะมีข้ออ้างว่าปราศจากนักเตะคนสำคัญหลายต่อหลายรายและเพิ่งจะเป็นเกมปรีซีซั่นนัดแรกเท่านั้นก็ตาม
มอยส์ กล่าวในงานแถลงข่าวที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า "ผมต้องปรับทัศนคติเสียใหม่เพราะมันแตกต่างจากที่ผ่านๆ มาอย่างสิ้นเชิง จำนวนกองเชียร์ที่เรามี, จำนวนของความสนใจที่เราได้รับจากพวกคุณ (สื่อมวลชน) ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าเราถูกจับตามองทุกฝีก้าวและโดนตรวจสอบอย่างละเอียดอยู่ตลอด และมันเป็นสิ่งที่ผมจำเป็นต้องทำความคุ้นเคยกับมัน"
"ผู้จัดการทีมคนก่อน เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บอกผมถึงความคาดหวังที่มีต่อทีม และผมก็เตรียมใจเอาไว้บ้างแล้ว ผมต้องเข้ามารับงานต่อจากผู้จัดการทีมที่บางทีอาจจะดีที่สุดตั้งแต่เคยมีมา ผมพูดอยู่เสมอว่าถ้าผมสามารถคว้าแชมป์ได้สักเศษ 1 ส่วน 4 ของเขา ก็ถือว่าผมทำได้ดีมากแล้ว แต่สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือการปรับตัวให้เข้ากับงาน, ทำความรู้จักกับทุกคน และหาแนวทางของตัวเองให้เจอ" กุนซือวัย 50 ปี กล่าว
ด้าน ไรอัน กิ๊กส์ มิดฟิลด์รุ่นลายคราม ยอมรับรู้สึกแปลกกับการต้องร่วมงานกับกุนซือคนใหม่ แต่ยืนยันว่าทุกคนมีความเป็นมืออาชีพและเต็มที่เหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน โดยกล่าวว่า "ผมมีผู้จัดการทีมเพียงแค่คนเดียวเป็นเวลากว่า 20 ปีมันย่อมรู้สึกแปลกๆ อยู่แล้ว แต่คุณต้องเดินหน้าต่อไป ผมสนุกไม่ต่างจากปรีซีซั่นครั้งอื่นๆ คุณต้องทำงานหนัก และเตรียมพร้อมให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนลงเตะเกมพรีเมียร์ลีก นัดแรกของฤดูกาลกับ สวอนซี (17 ส.ค.)"
"นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นของการเดินทางในฤดูกาลนี้ และผมหวังว่าจะได้ชูโทรฟี่ในท้ายที่สุด" อดีตปีกซ้ายกัปตันทีมชาติเวลส์ ที่ประเดิมสนามให้ทีมชุดใหญ่ของ ยูไนเต็ด ตั้งแต่ปี 1991 นั้น กล่าวปิดท้าย
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีโปรแกรมจะลงเตะกับ เอ-ลีก ออลสตาร์ ที่สนามเอเอ็นแซด สเตเดี้ยม ในวันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคมนี้ ซึ่งตั๋วจำนวน 80,000 ใบขายหมดเกลี้ยงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
กุนซือชาวสกอตต์ เพิ่งจะเข้ามารับงานคุม "ปีศาจแดง" ได้เพียง 2 สัปดาห์ แต่ต้องเจอความกดดันถาโถมเข้ามาอย่างมหาศาลแล้ว โดยเฉพาะหลังประเดิมด้วยการพาทีมบุกไปแพ้ สิงห์ ออลสตาร์ ทีมรวมดาราจากประเทศไทย 0-1 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันเสาร์ที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา แม้จะมีข้ออ้างว่าปราศจากนักเตะคนสำคัญหลายต่อหลายรายและเพิ่งจะเป็นเกมปรีซีซั่นนัดแรกเท่านั้นก็ตาม
มอยส์ กล่าวในงานแถลงข่าวที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า "ผมต้องปรับทัศนคติเสียใหม่เพราะมันแตกต่างจากที่ผ่านๆ มาอย่างสิ้นเชิง จำนวนกองเชียร์ที่เรามี, จำนวนของความสนใจที่เราได้รับจากพวกคุณ (สื่อมวลชน) ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าเราถูกจับตามองทุกฝีก้าวและโดนตรวจสอบอย่างละเอียดอยู่ตลอด และมันเป็นสิ่งที่ผมจำเป็นต้องทำความคุ้นเคยกับมัน"
"ผู้จัดการทีมคนก่อน เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บอกผมถึงความคาดหวังที่มีต่อทีม และผมก็เตรียมใจเอาไว้บ้างแล้ว ผมต้องเข้ามารับงานต่อจากผู้จัดการทีมที่บางทีอาจจะดีที่สุดตั้งแต่เคยมีมา ผมพูดอยู่เสมอว่าถ้าผมสามารถคว้าแชมป์ได้สักเศษ 1 ส่วน 4 ของเขา ก็ถือว่าผมทำได้ดีมากแล้ว แต่สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือการปรับตัวให้เข้ากับงาน, ทำความรู้จักกับทุกคน และหาแนวทางของตัวเองให้เจอ" กุนซือวัย 50 ปี กล่าว
ด้าน ไรอัน กิ๊กส์ มิดฟิลด์รุ่นลายคราม ยอมรับรู้สึกแปลกกับการต้องร่วมงานกับกุนซือคนใหม่ แต่ยืนยันว่าทุกคนมีความเป็นมืออาชีพและเต็มที่เหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน โดยกล่าวว่า "ผมมีผู้จัดการทีมเพียงแค่คนเดียวเป็นเวลากว่า 20 ปีมันย่อมรู้สึกแปลกๆ อยู่แล้ว แต่คุณต้องเดินหน้าต่อไป ผมสนุกไม่ต่างจากปรีซีซั่นครั้งอื่นๆ คุณต้องทำงานหนัก และเตรียมพร้อมให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนลงเตะเกมพรีเมียร์ลีก นัดแรกของฤดูกาลกับ สวอนซี (17 ส.ค.)"
"นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นของการเดินทางในฤดูกาลนี้ และผมหวังว่าจะได้ชูโทรฟี่ในท้ายที่สุด" อดีตปีกซ้ายกัปตันทีมชาติเวลส์ ที่ประเดิมสนามให้ทีมชุดใหญ่ของ ยูไนเต็ด ตั้งแต่ปี 1991 นั้น กล่าวปิดท้าย
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีโปรแกรมจะลงเตะกับ เอ-ลีก ออลสตาร์ ที่สนามเอเอ็นแซด สเตเดี้ยม ในวันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคมนี้ ซึ่งตั๋วจำนวน 80,000 ใบขายหมดเกลี้ยงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
